โสดดีหรือมีคู่ : แสงอรุณ สังคมศิลป์

แสงอรุณ สังคมศิลป์

นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์ ชื่อเล่น ต้นหลิว เพศ หญิง อายุ 37 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ1 คู่ (แต่งงาน) ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้ว 5 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร
แต่งงานคือการหาคนดี ๆ มาอยู่ด้วยกัน มาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดูแลกันยามเจ็บป่วย แก่เฒ่า
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
การแต่งงานแท้ที่จริง เราไม่ได้รักเขา เรารักตัวเอง อยากให้เขาทำให้ได้ดั่งใจเรา พอเขาทำไม่ได้ดั่งใจเราก็เป็นทุกข์
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
แต่งงานก่อนมาพบแพทย์วิถีธรรม เมื่อได้ฟังธรรมะจากอาจารย์ ก็ยินดีประพฤติพรหมจรรย์กับพ่อบ้าน อยู่กันแบบเพื่อน ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องมาทำอย่างเรา แม้เราจะทำสิ่งดี เขาจะทำหรือไม่ก็ได้ เขาทำดีก็เป็นกุศลของเขา เขาทำไม่ดีก็อกุศลของเขา หน้าที่เราตอนนี้คือพากเพียรลดละเลิกกิเลสให้ได้ วันหนึ่งหากเราทำได้จริง ก็จะเป็นพลังแม่เหล็กดึงเขามาทำสิ่งดีแบบโลกุตระ ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าหรือชาติอื่น ๆ สืบไป

โสดดีหรือมีคู่ : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ ชื่อเล่น: ดิน เพศ:ชาย อายุ:36 ปี สถานภาพ:โสด (เคยมีแฟน)
รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้วเป็นระยะเวลา:6 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรม ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
ตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นมา ก็ศึกษาธรรมะทั่ว ๆ ไป ความคิดไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ การอยู่เป็นโสด ไม่เคยมีในหัว ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าดีอย่างไร ไม่สนใจ ไม่ใช่เป้าหมาย แน่นอนว่าความเชื่อก็ต้องเป็นด้านตรงกันข้าม คือเชื่อว่ามีคู่แล้วชีวิตมันจะเป็นสุขแน่นอน อย่างน้อยก็ได้สุขจากสารพัดเสพ

จริง ๆ ในการมีคู่มันก็ทุกข์อยู่ แต่สุขลวงมันก็บังไว้ ให้หลง ให้งง ให้แสวงหา ให้ยึดติดอยู่แบบนั้น ไม่ละ ไม่หน่าย ไม่คลาย นั่นเพราะยังไม่เห็นทุกข์ที่เป็นของแท้ของจริง แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วจะเป็นทุกข์แสนสาหัสอยู่ก็ตาม แต่ด้วยความมืดบอด ตามองเห็น แต่ปัญญาไม่มี จึงไม่เห็นความจริงตามความเป็นจริง อีกทั้งธรรมะโลก ๆ จนถึงกระทั่งกลุ่มที่ศึกษา ก็ไม่มีพลังในการส่งเสริมการเป็นโสด ไม่สอนให้เห็นโทษภัยของการมีคู่ แม้ธรรมะที่แสดงอยู่ในโลกตามที่ได้รู้ เมื่อศึกษาดูก็ไม่ได้รู้สึกถึงโทษภัยใด ๆ เลย

หลังพบแพทย์วิถีธรรม ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?
มาเข้าค่ายครั้งแรกเป็นค่ายสุขภาพ แต่เมื่อได้ยินอาจารย์หมอเขียว ยกธรรมะในหมวดของการอยู่เป็นโสดและคนคู่ โดยยกพระไตรปิฎกมาอ้างอิง ก็ได้รู้มากขึ้น ได้เข้าใจถึงน้ำหนักที่มากขึ้น ได้ความชัดเจนอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน

แต่ถึงกระนั้นความอยากมีคู่ก็ไม่ได้หายจางไปไหน ความรู้ยังคงเป็นเพียงแค่ความรู้ ไม่ใช่ความเข้าใจตามจริง ก็ยังมีจิตแสวงหาอยู่ สมัยนั้นก็นั่งหน้าเวที อาจารย์ก็แสดงธรรมเรื่องคู่ ใจก็คิดถามอาจารย์ว่า แล้วมีได้ไหม? แล้วมีได้ไหม? ว่าแล้วก็หาทางจนได้ มันมีช่องเล็ก ๆ ให้มุดเข้าไป เป็นช่องอนุโลมของเด็กน้อย เราก็คิดว่าเราไม่ไหวหรอกชาตินี้ ขอมีก่อนแล้วกันนะ เอาฐานนี้แหละ

ไป ๆ มา ๆ เจอของจริงเลย คือต้องเจอทุกข์จากความรักจริง ๆ ใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะเข้าใจ ว่าความทุกข์ที่แท้จริงคืออะไร ประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร อะไรคือการเกื้อกูล อะไรคือการเบียดเบียน อะไรคือความรักที่แท้จริง อะไรคือความลวงของกิเลส แต่กว่าจะผ่านมันมาได้ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนผ่านสงความมา แขนขาด ขาขาด จากการรบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในสองปี เล่นจริง รักจริง เจ็บจริง ทุกข์จริง เรียกว่าสาหัส แต่ก็ทำให้ได้เข้าใจทุกกระบวนการของกิเลสในเรื่องความรัก ตั้งแต่เกิดยันดับ จะเรียกว่าคุ้มค่าไหม? ก็ไม่หรอก เพราะถ้าเราไม่หลงไปแบบนั้นมันก็ดีกว่า เพราะอะไรที่ทำไปแล้วมันก็จะกลายเป็นวิบากกรรม มันก็ต้องรับ มันก็ต้องทนใช้

สุดท้ายก็พบว่าที่พระพุทธเจ้าตรัส ที่ครูบาอาจารย์สอน นี่แหละจริงที่สุด ผาสุกที่สุด ทางอื่นไม่สุขเลย ทุกข์ไม่จบไม่สิ้น ตอนนี้เราปฏิบัติจนได้ปัญญามาแล้ว เราก็ไม่ต้องไปโง่แสวงหาทุกข์มาใส่ตัวแล้ว มันก็สบายไป

ท่านมีการปฏิบัติต่อไปอย่างไร?
การปฏิบัติต่อจากนี้ ก็ตั้งใจว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นอย่างแท้จริง ให้ได้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือตนเองก็ยินดีในการอยู่เป็นโสด ยินดีในธรรมที่พาให้คนเป็นโสด และยังส่งเสริมผู้อื่นให้ยินดีและปฏิบัติตนในการอยู่เป็นโสด หรือถ้าอยู่เป็นคู่ ก็ให้มีศิลปะในการพราก ในการปฏิบัติเพื่อความละหน่ายจากคลายจากความยึดมั่นในความผูกพันธ์ ในบทละครที่หลงไปเล่น เพราะจริงๆ แล้ว สถานะคู่คือสถานะสมมุติที่คนปั้นกันขึ้นมาเอง จริง ๆ มันไม่มีอะไรหรอก คนเต็มคน จะไม่ต้องการแสวงหาคนอื่นมาเติม และยังสามารถเผื่อแผ่แบ่งปันโดยไม่ยึดมั่นถือมั่น หรือสำคัญมั่นหมายว่านี่เป็นเรา นี่เป็นของเรา นี่เป็นคนของเรา นี่คนรักเรา นี่ญาติเรา นี่เพื่อนสนิทเรา ฯลฯ มันจะเป็นอิสระจากสภาพยึดจะเสพสิ่งดีจากบุคคลหนึ่ง ๆ

และเพื่อการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น ก็จะพยายามรักษาระยะห่างกับเพศตรงข้ามที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิต ไม่ให้สนิทเกินไป ไม่ให้หวั่นไหวจนเกินเลย โดยใช้ปัญญาของเรานี่แหละ ในการตรวจจับอาการที่ดูเหมือนจะเป็นอกุศล ถ้ามีแนวโน้มว่าท่าจะไม่ดีก็ถอยออกมา หรือคบหาในระยะที่ไม่ใกล้จนเป็นอกุศลในใจเขา

โสดดีหรือมีคู่ : ผุสดี เจริญไวยเจตน์

ผุสดี เจริญไวยเจตน์

ผุสดี เจริญไวยเจตน์ ชื่อเล่น เฉง ชื่อทางธรรม มั่นมิ่งบุญ เพศ หญิง อายุ 44 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ 1 โสดแต่เคยมีแฟน รู้จักแพทย์วิถีธรรมมา 9 ปี ปฎิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมา 7 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
การอยู่เป็นโสด ทำให้เป็นอิสระจัดสรรเวลาที่ว่างเว้นจากภาระการงาน ไปทำในสิ่งที่ตนเองชอบสนใจได้ทั้งหมด
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
การเป็นโสด มีอิสระกว่ามีคู่ และมีความหวั่นไหวต่อการมีคู่น้อยลงไปอีก
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
กรณีถ้ามีเหตุการณ์ให้คิดว่าการมีคู่ดี หรือมีผู้อื่นแสดงออกถึงการสานสัมพันธ์เรื่องคู่ ตนเองจะคิดถึงอิสระที่หายไปจากการที่ต้องปรับจูนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ก็จะคงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน ความมั่นคงของตนเอง ทำให้สุดท้าย ความสัมพันธ์จะจบที่ความเป็นเพื่อน อย่างไรก็ตาม การวางตัวของเราก็จะไม่เอื้อมาก เพราะมีโอกาสทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด สร้างความเบียดเบียนทางใจกับผู้อื่นได้

โสดดีหรือมีคู่ : ภัคธร คุ้มกิตติพร

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณภัคธร คุ้มกิตติพร ( ชื่อเล่น ป้อม ชื่อทางธรรม สู่ร่มบุญ )

โสดดีหรือมีคู่ : ทิวากร ชุมจีด

ทิวากร ชุมจีด

นายทิวากร ชุมจีด ชื่อเล่น บ่าว ชื่อทางธรรม สุขแสงพุทธ เพศ ชาย อายุ 33 ปี โสดสนิท รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้ว 5 ปีกว่า

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
การมีครอบครัว มีลูก เป็นภาระไม่มีอิสระในชีวิต รู้สึกลำบากมีความทุกข์หลายเรื่อง สัมผัสในครอบครัวตัวเอง ครอบครัวคนรอบข้าง ญาติๆ สังคมรอบตัว แต่ก็มีช่วงวัยรุ่นเห็นเพื่อนมีแฟนมีคู่เหมือนจะมีความสุข แต่ก็ไม่มีเพราะมีข้อมูลความทุกข์จากการมีคู่มีครอบครัวมากกว่า
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
ยิ่งทำให้รู้ เห็นประโยชน์ของการอยู่เป็นโสด ในเหลี่ยมมุมต่างๆรู้เห็นโทษของการมีคู่ ถึงจิตวิญญาณความผูกพันธ์ ติดยึดหวงแหนชีวิตหลงอยู่ในความทุกข์ ชอบชังยึดมั่นถือมั่น ไม่อิสระ การอยู่เป็นโสดเป็นชีวิตที่มีอิสระในการพึ่งตน(ลดกิเลส) และช่วยคนให้พ้นทุกข์เท่าที่ทำได้
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
ฝึกฝนพากเพียรเรียนรู้ ปฎิบัติศีลตามลำดับ หมั่นฟังธรรมจากผู้ที่พ้นทุกข์ได้จริง(สัตบุรุษ) หมั่นแลกเปลี่ยนประสบการณ์ สุข ทุกข์ ของชีวิตในหมู่เพื่อน มิตรดี สหายดี และเรียนรู้ความเป็นจริงจากสังคม สู่ความรู้เห็นเข้าใจในชีวิตของการอยู่เป็นคนโสดและตั้งจิตเพื่อพากเพียรต่อไปตราบปรินิพาน

โสดดีหรือมีคู่ : มุ่ง

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณมุ่ง ( ชื่อเล่น ต้า, อายุ 40 ปี, คนคู่ )

โสดดีหรือมีคู่ : สุวรรณา ทิพวรรณ

สุวรรณา ทิพวรรณ

น.ส สุวรรณา ทิพวรรณ ชื่อเล่น อร ชื่อทางธรรม ร้อยเรือนธรรม เพศ หญิง อายุ 53 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ9 หย่าร้าง รู้จักแพทย์วิถีธรรมมาแล้ว 7 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร
ก่อนมาพบแพทย์วิถีธรรมก็ได้ทราบว่า การเป็นโสดเป็นสุข อิสระอย่างยิ่ง เนื่องจากแต่งงานได้พบกับความพลัดพรากในครอบครัวไม่ได้อยู่ร่วมกันเป็นครอบครัวตนเองดูแลตนเองมาตลอดเมื่อมีคู่อยู่ต้องบริการให้ตลอดจนเกิดความเบื่อหน่าย หลังพบธรรมะว่าการมีคู่นั้นลำบากหนักหนา
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
เมื่อพบแพทย์วิถีธรรมมีความต้องการออกจากคนคู่และออกจากกามเมถุนจากท่านอาจารย์หมอเขียวสอนเรื่องโสดดีหรือมีคู่และได้ทำสื่อให้คู่ได้ศึกษาเพื่อลดละเลิกกามเมถุน
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
มีการตั้งจิตว่าจะไม่มีคู่อีกแล้ว ประพฤติพรหมจรรย์

 

โสดดีหรือมีคู่ : กัมปนาท กายรัตนา

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณกัมปนาท กายรัตนา ( ชื่อเล่น จวบ, อายุ 60 ปี, โสดสนิท, ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ )

โสดดีหรือมีคู่ : รักเย็น หน่อแก้ว

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณรักเย็น หน่อแก้ว

โสดดีหรือมีคู่ : ศิริขวัญ แซ่ลิ่ม

ศิริขวัญ แซ่ลิ่ม

นางศิริขวัญ แซ่ลิ่ม ชื่อเล่น ขวัญ ชื่อทางธรรม ขวัญไพรเย็น เพศ หญิง อายุ 43 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ2 คู่ (แต่งงาน/มีแฟน) ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ (คือ ใช้ชีวิตตามหลักพรหมวิหาร 4 (เมตตา กรุณา มิทิตา อุเบกขา) รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้ว 7 ปีกว่า

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
อยากมีชีวิตคู่ อยากมีคนดูแล เห็นเขามีคู่แล้วคิดว่ามีความสุข คิดว่าเป็นเรื่องธรรมดาของโลก สวีท หวานแหวว โลกสีชมพู ยิ่งได้คู่ดีด้วย
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร
บัณฑิตย่อมประพฤติตนเป็นโสด พอแล้ว ทุกข์มากแล้ว วิบากยาวนานเหลือเกิน เมื่อยกับวิบาก ไม่สุขสักนิดมีแต่ทุกข์ โง่ ชั่ง หนัก นาน โลกมืด สีดำ ชั่วทั้งคู่ 555
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
ปฎิบัติศีลขั้นมาลดละการเสพคนคู่จนเป็นโสดได้แล้วค่ะ ระหว่างปฎิบัติต้องลดกิเลสตัวที่ทำให้จิตใจทุกข์เข้ามาทุกตัวไปพร้อมกัน พลังมากขี้นวิบากเขาปล่อยเราสบายค่ะ เพราะเราปล่อย