Featured

แนะนำ

เนื้อหาอื่น ๆ  ในเครือข่ายแพทย์วิถีธรรมที่กำลัง อัพเดทอยู่ในขณะนี้

โสดดีหรือมีคู่ : รวบรวมข้อมูลทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติโดยเครือข่ายจิตอาสาแพทย์วิถีธรรม เพื่อให้ง่ายต่อการศึกษาค้นคว้าข้อมูล

วิธีปล่อยวางความรัก

งานเก็บข้อมูลโครงการ “โสดดีหรือมีคู่” ที่พัฒนาการเจาะลึกในเนื้อหาจนมาเป็นรายการ “วิธีปล่อยวางความรัก” ที่มีมิติของคำถามและการโต้ตอบที่มุ่งเป้า ตรงประเด็นไปที่กระบวนการพัฒนาจิตใจจากความหลงสู่การปล่อยวางความรัก ซึ่งเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ด้วยความรู้จากพุทธศาสนา ในแนวทางปฏิบัติของแพทย์วิถีธรรม

การต่อยอดครั้งนี้เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นภายในค่ายพระไตรปิฎกครั้งที่ 27 สวนป่านาบุญ 1 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม -3 พฤศจิกายน 2562 โดยมีการประชุมกันในคณะทำงานเพื่อที่จะพัฒนาการเจาะลึกเนื้อหาให้ชัดเจนในรายละเอียดของการปฏิบัติมากขึ้น

ในงานทดลองเพื่อเริ่มต้นชุดผลงานชุดนี้ ก็มีจิตอาสามาเสียสละบำเพ็ญด้วยกัน 3 ท่าน คือคุณ อิทธิชัย จันทชาติ, ทิวากร ชุมจีด, ภัคธร คุ้มกิตติพร เป็นการทดลองอัดรายการ ซึ่งเป็นรายการใหม่ ใหม่ทั้งรายการ ใหม่ทั้งพิธีกร จะเก่าก็แต่เพียงผู้ถูกสัมภาษณ์ที่จะมาให้รายละเอียดเจาะลึกในเนื้อหามากขึ้น และผลงาน 3 ชิ้นนี้ก็เป็นงานตัวอย่างที่จะใช้สำหรับนำร่องและปรับปรุงเพื่อพัฒนาในส่วนงานทั้งเนื้อหาและงานถ่ายทำต่อไป ท่านใดที่มีข้อแนะนำ ซักถาม ติชม สามารถพิมพ์ให้ข้อมูลไว้ในส่วน comment ด้านล่างได้เลยครับ

ความรัก 10 มิติ ตอน เหตุที่คนอยากไปแต่งงาน 2 อย่าง : สมณะโพธิรักษ์

สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน เหตุที่คนอยากไปแต่งงาน 2 อย่าง

ถาม  : ถ้าเราจะตั้งจิตเป็นโสดตลอดไปเราจะตั้งจิตของเราอย่างไร
พ่อครูว่า..จะไปยากอะไร? ก็อย่าไปแต่งงาน อย่าไปเผลอไปรักผู้ชายอย่าไปเผลอไปรักผู้หญิงเท่านั้นแหละ กระเทยไม่พูดก็ 2 อย่างเท่านั้น

ถาม  :  จะตั้งจิตอย่างไรให้เป็นถึงชาติต่อๆไป
พ่อครูว่า..คุณทำในชาตินี้ให้ได้ตลอดก็ล้างกิเลสอยากแต่งงาน
1.กิเลสราคะทำให้ไปแต่งงาน
2.หลงไปกับโลกที่เขาหลอกว่าต้องแต่งงาน เดี๋ยวแก่ไม่มีใครดูแล นี่พูดให้โก้ๆกลบเรื่องกาม ที่แฝงอยู่ แล้วก็อ้างแต่งงานเป็นเพื่อนกัน สร้างสังคม อ้างไปสารพัดแต่มันแฝงกามลึกๆ
คนไม่ต้องเป็นคู่ไม่ต้องไปแต่งงาน เป็นเพื่อนกันโดยไมต้องเป็นคู่แต่งงานต้องเสพกาม เป็นเพื่อนกันผู้ชายผู้หญิงเป็นเพื่อนทำงานกันโดยไม่ต้องมีอาการกามได้หรือไม่? …
คุณไม่ต้องเสพกามเลย เป็นเพื่อนผู้ชายผู้หญิงไป มีเยอะไป

พูดอันนี้ให้ฟัง อาตมามีชีวิตมา คนเข้าใจว่าอาตมาคบเพื่อนผู้หญิง แล้วคนแวดล้อมคนทั้งตัวผู้หญิงเองไปคิดว่าอาตมาไปจีบเขา ทั้งที่อาตมาไม่ได้ไปรักเขา แต่คนเข้าใจไม่ได้ ตอนนั้นอาตมาก็ไม่เข้าใจ เพื่อนผู้หญิงนึกว่าอาตมารักเชิงกาม แต่ก่อนอาตมาไม่เข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้รู้ว่าใจเราไม่ได้ไปรักทางเพศกับเพื่อนผู้หญิง คุยกันสนิทสนม ไปมาหาสู่จนคนเข้าใจว่าไปจีบ แต่ที่จริงไม่ใช่เลยไม่มีจิตทางกาม

การตั้งจิตเป็นโสดดี พระพุทธเจ้าบอกไว้ว่า ผู้ตั้งตนเป็นความโสดเขาเรียกกันว่าเป็นบัณฑิต ผู้ฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง ศึกษาให้ดีอย่างมีปัญญา ถ้ามีปัญญาแล้วจะเข้าใจ มีพลังไม่ไปหลงอย่างนั้น

เลิกกินเนื้อสัตว์ได้โชค 3 ชั้น

เลิกกินเนื้อสัตว์ได้โชค 3 ชั้น

1.ได้ร่างกายที่แข็งแรง ความเจ็บป่วยน้อยลง
2.ได้จิตใจที่เป็นสุข
3.มีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตมากขึ้น สิ่งเลวร้ายในชีวิตน้อยลง

Quit Meat and Get Triple Bonuses!

1. Gaining the physical strength with less ailments.
2. Gaining the peace of mind.
3. Many good things keep happening in life while unfortunate things keep disappearing.


เลิกกินเนื้อสัตว์ ได้โชค 3 ชั้น Quit Meat and Get Triple Bonuses!
ดร.​ใจเพชร​ กล้าจน​ (หมอเขียว) ประธานมูลนิธิแพทย์วิถีธรรมแห่งประเทศไทย
by Dr. Jaipetch Klajon (Mor Keaw), Chairman of Buddhist Medicine Foundation of Thailand

 
พอเราตัดสินใจว่าเราจะไม่ทานเนื้อสัตว์ละ
When I decided to quit meat
ชีวิตเราจะไม่เบียดเบียนชีวิตใดๆอีกแล้ว
and no longer harm any living beings…
โอ้โห โปร่งโล่ง สบายในใจ
Wow! I gain such peace and serenity within.
มันมีความสุขมากเลยว่า
It’s delightful to know that
เราไม่ต้องเบียดเบียนใครแล้ว เราไม่ต้องเบียดเบียนใครแล้ว
I will no longer cause harm to anyone. No more.
โอ้โห เราอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส ไร้กังวล
Such a true joy! I gain real inner peace.
พอผมกินเนื้อสัตว์เยอะมันก็เจ็บป่วยนะ
When I still ate meat, I got sick quite often.
มีเจ็บหัวใจ เป็นอาการของหัวใจขาดเลือด
I had chest pain, a symptom of coronary artery disease,
เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัด เป็นผื่นบ่อยๆเลย
easily got allergy, caught a cold, and developed rashes often.
ปวดตามร่างกาย ปวดกระเพาะ
Plus, the body pain, stomachache,
เป็นโรคกระเพาะด้วย
digestive problem,
ปวดข้อ ปวดเข่า
joint pain, knee pain,
โอ้โห มีโรคเหล่านี้ เราก็กินยาไป
Oh my, I had to take medications for them.
ก็ทุเลาชั่วคราว และก็เป็นอีก มันไม่หาย
The symptoms would then be temporarily relieved.
เอ้ ทำไมไม่หายสักที ก็ทรมานเหมือนกัน
I never got completely healed. Quite suffering.
ก็ทุเลาแล้วก็เป็นอีก ทุเลาแล้วก็เป็นอีก
It got better then it’d come back. Just like that.
แต่พอเราหยุดกินเนื้อสัตว์
But after I quit meat,
โรคเหล่านั้นทุเลาหมดเลย หายหมดเลย
all the ailments have been long gone.
เอ้อ มันดีนะ ทุเลาหมดเลย หายหมดเลย
I’ve felt so good. Such a relief! All gone.
ก็เลยเห็นว่า เออดีนะ
So, I realize the real benefits
แข็งแรงขึ้น ทำงานอึดขึ้นกว่าเดิม
from getting stronger to having more endurance.
โอ..ได้ 2 อย่างนี้ก็คุ้มละ
These two things are so worth it.
1.ได้ร่างกายที่แข็งแรง
1. Gaining the physical strength.
2.ได้จิตใจที่เป็นสุข
2. Gaining the peace of mind.
ข้อที่ 3 นี้ มันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต
And 3. Many good things keep happening in life.
มันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น ประเด็นนั้น ประเด็นนี้
Fortunate things have come in various forms.
มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตมากขึ้น..มากขึ้น
More and more good news keep coming
ประเด็นนั้น ประเด็นนี้
here and there.
ไม่ว่าจะเป็นมิตรดี ไม่ว่าจะเป็นปัญญา
From good friends, wisdoms,
ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบดีๆต่างๆ โอกาสดีๆ
great opportunities, fortunate events,
หลายเรื่องหลายราว เข้ามาในชีวิตเรา
to countless of incredible things in life.
ผมพบมากๆ 3 เรื่อง
I’ve found that three main bonuses are
ใจนี่แหละเป็นสุข
the inner peace,
กายแข็งแรงขึ้น ความเจ็บป่วยน้อยลง
the physical strength with less ailments,
ข้อที่ 3 ก็คือ มีสิ่งดีๆมากขึ้น
and tons of good things showing up
สิ่งเลวร้ายในชีวิตน้อยลง
while unfortunate things keep disappearing.
นี่คือจุดที่สำคัญ
And that’s the principle gain.


ดร.​ใจเพชร​ กล้าจน​ (หมอเขียว)
พอเราตัดสินใจว่าเราจะไม่ทานเนื้อสัตว์ละ ชีวิตเราจะไม่เบียดเบียนชีวิตใดๆอีกแล้ว โอ้โห โปร่งโล่ง สบายในใจ มันมีความสุขมากเลยว่า เราไม่ต้องเบียดเบียนใครแล้ว เราไม่ต้องเบียดเบียนใครแล้ว โอ้โห เราอิ่มเอิบเบิกบานแจ่มใส ไร้กังวล พอผมกินเนื้อสัตว์เยอะมันก็เจ็บป่วยนะ มีเจ็บหัวใจ เป็นอาการของหัวใจขาดเลือด เป็นภูมิแพ้ เป็นหวัด เป็นผื่นบ่อยๆเลย ปวดตามร่างกาย ปวดกระเพาะ เป็นโรคกระเพาะด้วย ปวดข้อ ปวดเข่า โอ้โห มีโรคเหล่านี้ เราก็กินยาไป ก็ทุเลาชั่วคราว และก็เป็นอีก มันไม่หาย เอ้ ทำไมไม่หายสักที ก็ทรมานเหมือนกัน ก็ทุเลาแล้วก็เป็นอีก ทุเลาแล้วก็เป็นอีก

แต่พอเราหยุดกินเนื้อสัตว์ โรคเหล่านั้นทุเลาหมดเลย หายหมดเลย เอ้อ มันดีนะ ทุเลาหมดเลย หายหมดเลย ก็เลยเห็นว่า เออดีนะ แข็งแรงขึ้น ทำงานอึดขึ้นกว่าเดิม โอ..ได้ 2 อย่างนี้ก็คุ้มละ 1.ได้ร่างกายที่แข็งแรง 2.ได้จิตใจที่เป็นสุข ข้อที่ 3 นี้ มันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้นในชีวิต มันมีสิ่งดีๆเกิดขึ้น ประเด็นนั้น ประเด็นนี้ มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิตมากขึ้น..มากขึ้น ประเด็นนั้น ประเด็นนี้ ไม่ว่าจะเป็นมิตรดี ไม่ว่าจะเป็นปัญญา ไม่ว่าจะเป็นองค์ประกอบดีๆต่างๆ โอกาสดีๆ หลายเรื่องหลายราว เข้ามาในชีวิตเรา ผมพบมากๆ 3 เรื่อง ใจนี่แหละเป็นสุข กายแข็งแรงขึ้น ความเจ็บป่วยน้อยลง ข้อที่ 3 ก็คือ มีสิ่งดีๆมากขึ้น สิ่งเลวร้ายในชีวิตน้อยลง นี่คือจุดที่สำคัญ

Dr. Jaipetch Klajon (Mor Keaw)

When I decided to quit meat and no longer harm any living beings… Wow! I gain such peace and serenity within. It’s delightful to know thatI will no longer cause harm to anyone. No more. Such a true joy! I gain real inner peace. When I still ate meat, I got sick quite often.I had chest pain, a symptom of coronary artery disease,easily got allergy, caught a cold, and developed rashes often. Plus, the body pain, stomachache, digestive problem, joint pain, knee pain, Oh my, I had to take medications for them
The symptoms would then be temporarily relieved. I never got completely healed. Quite suffering. It got better then it’d come back. Just like that.

But after I quit meat,all the ailments have been long gone. I’ve felt so good. Such a relief! All gone.So, I realize the real benefitsfrom getting stronger to having more endurance. These two things are so worth it.

1. Gaining the physical strength.

2. Gaining the peace of mind.

And 3. Many good things keep happening in life.

Fortunate things have come in various forms. More and more good news keep coming here and there. From good friends, wisdoms, great opportunities, fortunate events,to countless of incredible things in life.I’ve found that three main bonuses are the inner peace, the physical strength with less ailments, and tons of good things showing up while unfortunate things keep disappearing. And that’s the principle gain.

สรุปโครงงานเก็บข้อมูลวิจัย โสดดีหรือมีคู่

อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่หน้า โสดดีหรือมีคู่ : แพทย์วิถีธรรม

ที่มาและความสำคัญ

เนื้อหา : โสดดีหรือมีคู่

เครือข่ายแพทย์วิถีธรรมได้นำองค์ความรู้จากพระไตรปิฎกเพื่อบำบัดทุกข์จากปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ในโลกนี้ยังมีความทุกข์อีกมากมายที่สามารถทำให้ทุกข์ทรมานและทำลายชีวิตได้พอ ๆ กับทุกข์จากความเจ็บป่วยโรคภัยต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือความทุกข์จากเรื่องคู่ครอง หรือกระทั่งความทุกข์จากการอยู่เป็นโสด

อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นผู้หนึ่งที่ได้นำธรรมะในหมวดคนคู่จากพระไตรปิฎกมาแจกแจงให้เข้าใจได้ง่าย รู้ตามได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย จนมีผู้คนมากมายที่เปลี่ยนแปลงความคิดในเรื่องคู่ จากที่เคยเห็นผิด มาเป็นความเห็นตามทำนองครองธรรมตามหลักพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นมรดกจากคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ทีมงานจิตอาสาจึงเห็นความสำคัญของธรรมะในหมวดนี้และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งภาคทฤษฎีที่อาจารย์หมอเขียวได้พร่ำสอนและประสบการณ์จริงจากผู้ที่ได้ปฏิบัติ มาจัดหมวดหมู่รวมกันและเผยแพร่ จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้คนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น “โสดดีหรือมีคู่” จึงเป็นโครงการนำร่องในการเก็บรวบรวมข้อมูลเนื้อหาเฉพาะทางให้เป็นหมวดหมู่และเผยแพร่ออกไป

กระบวนการเผยแพร่ : เว็บไซต์

ปัจจุบันมีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย รูปแบบของการใช้ปรับเปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาเป็นสมาร์ทโฟน แต่การค้นหาข้อมูลก็ยังเป็นไปในรูปแบบเดิม คือใช้ search engine เช่น google ในการค้นหา

ถึงแม้จะมี เครื่องมือในการค้นหาที่ดี แต่ข้อมูลก็ยังกระจัดกระจายไม่เป็นหมวดหมู่ ไม่ถูกรวบรวมไว้ นั่นหมายถึงผู้สนใจ ที่ทำการค้นหาจะได้รับเนื้อหาตามที่ search engine นั้น ๆ ได้บันทึกข้อมูลไว้ (index) ในโครงการเก็บข้อมูลวิจัยครั้งนี้ จึงจะนำข้อมูลมารวบรวมเพื่อเผยแพร่ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้าถึงข้อมูลที่เจาะจงมากขึ้น โดยใช้การรวบรวมและเผยแพร่ทางเว็บไซต์ โสดดีหรือมีคู่ : แพทย์วิถีธรรม (url : https://page.morkeaw.net/singleorcouple/)

วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลโสดดีหรือมีคู่

  • ทำการจัดเก็บรวบรวมให้เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการค้นหา มีประสิทธิภาพในการเผยแพร่
  • นำความรู้ของครูบาอาจารย์มารวบรวมเพื่อนำเสนอ พร้อมทั้งผลการสอน คือประสบการณ์การปฏิบัติตามของลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาในแนวทางแพทย์วิถีธรรม

สมมุติฐานงานเก็บข้อมูลโสดดีหรือมีคู่

  • หลักฐานและความรู้จากพระไตรปิฎกสามารถนำมาศึกษาเพื่อลดทุกข์ได้ ลดความอยากมีคู่ได้
  • การเผยแพร่ธรรมะตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าโดยอาจารย์หมอเขียว ลดความอยากมีคู่ได้
  • การปฏิบัติตามคำสอนของครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด ทำให้หลุดพ้นจากความอยากมีคู่ได้
  • มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี คือองค์ประกอบที่ส่งเสริมในการชำระล้างความอยากมีคู่

กลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้ที่ได้เคยฟังอาจารย์หมอเขียวบรรยายธรรมะ ในหมวด คนโสด คนคู่ ครอบครัว หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • สามารถเผยแพร่องค์ความรู้ ธรรมะหมวด คนโสด คนคู่ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น
  • สามารถศึกษาข้อมูลได้จากจุดเดียว ข้อมูลไม่กระจัดกระจาย ศึกษาที่เดียวได้ทั้งมุมปริยัติและปฏิบัติ
  • ผู้ที่ให้ข้อมูลได้ทบทวนธรรม และได้เผยแพร่ความจริงสู่สาธารณะ
  • สังคมได้ประโยชน์จากการศึกษาธรรมะที่พาพ้นทุกข์ได้จริง หลุดพ้นจากความอยาก ความหลง ความยึดในการมีคู่ได้จริง

ประวัติการดำเนินงานของโครงการ

  • 11-19 มิ.ย. 2562 เริ่มโครงงานวิจัย ในค่ายพระไตรปิฎกครั้งที่ 25 ณ สวนป่านาบุญ 9 เริ่มจากการประชุมในส่วนงานวิชาการ และมีการนำเสนอรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์และเผยแพร่ในลักษณะ landing page คือมีหน้าเดียว แต่จะมีเนื้อหาในหมวดหมู่นั้น ๆ รวมทั้งไว้ทั้งหมด ในค่ายนี้ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลทั้งในรูปแบบเอกสารและถ่ายวีดีโอสัมภาษณ์ ประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง “โสดดีหรือมีคู่” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่เคยฟังอาจารย์หมอเขียวบรรยายในเรื่องเกี่ยวกับ “โสดดีหรือมีคู่” โดยเก็บข้อมูลเอกสารได้ประมาณ 50 คน และงานสัมภาษณ์ อีกประมาณ 40 คน ต่อมาได้พัฒนาการเก็บข้อมูลผ่าน google form เพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อความสะดวก และลดขั้นตอนในการดำเนินงาน
  • 27 มิ.ย.2562 เริ่มพัฒนาและเผยแพร่หน้าเว็บไซต์  โสดดีหรือมีคู่
  • 19-24 ก.ค 2562 ในค่ายพระไตรปิฎกครั้งที่ 26 ศาลีอโศก ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เพิ่มติมอีกประมาณ 20 ตัวอย่าง
  • 26 ต.ค.- 3 พ.ย. 2562 ในค่ายพระไตรปิฏกครั้งที่ 27 สวนป่านาบุญ 1 มีการสัมภาษณ์เพิ่มเติมบางส่วน และสร้างรายการขึ้นมาใหม่ ในแนวคิด “วิธีปล่อยวางความรัก” ซึ่งเป็นงานทดลอง เพื่อศึกษา แนวคิดของจิตอาสาและผู้ที่ศรัทธาในแนวทางแพทย์วิถีธรรม ในเรื่องโสดดีหรือมีคู่ ให้ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • 14 พ.ย. 2562 ผลงานชิ้นแรกของวิธีปล่อยวางความรักได้เริ่มเผยแพร่ และจนถึงตอนนี้ผลงานในส่วนแรกได้เผยแพร่งานสัมภาษณ์ไป 62 ตัวอย่าง พร้อมกับข้อมูลประกอบอื่น ๆ เช่น การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องคนโสดคนคู่ โดยอาจารย์หมอเขียว และครูบาอาจารย์ท่านอื่น ที่มีคำสอนไปในทิศทางเดียวกัน

ผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลโครงการวิจัย โสดดีหรือมีคู่

มีงานสัมภาษณ์

  1. n/a

กรอกแบบสอบถาม

  1. n/a

โสดดีหรือมีคู่ : สันทนา ประวงศ์

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณสันทนา ประวงศ์ ( ชื่อเล่น โอ, ชื่อทางธรรม ริมสวนฝัน, อายุ 43 ปี, ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ )

โสดดีหรือมีคู่ : คำเพียงเพชร

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณคำเพียงเพชร ( ชื่อเล่น ปิ่น, อายุ 38 ปี, สมรส )

โสดดีหรือมีคู่ : แสงอรุณ สังคมศิลป์

แสงอรุณ สังคมศิลป์

นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์ ชื่อเล่น ต้นหลิว เพศ หญิง อายุ 37 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ1 คู่ (แต่งงาน) ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้ว 5 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร
แต่งงานคือการหาคนดี ๆ มาอยู่ด้วยกัน มาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดูแลกันยามเจ็บป่วย แก่เฒ่า
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
การแต่งงานแท้ที่จริง เราไม่ได้รักเขา เรารักตัวเอง อยากให้เขาทำให้ได้ดั่งใจเรา พอเขาทำไม่ได้ดั่งใจเราก็เป็นทุกข์
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
แต่งงานก่อนมาพบแพทย์วิถีธรรม เมื่อได้ฟังธรรมะจากอาจารย์ ก็ยินดีประพฤติพรหมจรรย์กับพ่อบ้าน อยู่กันแบบเพื่อน ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องมาทำอย่างเรา แม้เราจะทำสิ่งดี เขาจะทำหรือไม่ก็ได้ เขาทำดีก็เป็นกุศลของเขา เขาทำไม่ดีก็อกุศลของเขา หน้าที่เราตอนนี้คือพากเพียรลดละเลิกกิเลสให้ได้ วันหนึ่งหากเราทำได้จริง ก็จะเป็นพลังแม่เหล็กดึงเขามาทำสิ่งดีแบบโลกุตระ ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าหรือชาติอื่น ๆ สืบไป

โสดดีหรือมีคู่ : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ ชื่อเล่น: ดิน เพศ:ชาย อายุ:36 ปี สถานภาพ:โสด (เคยมีแฟน)
รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้วเป็นระยะเวลา:6 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรม ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
ตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นมา ก็ศึกษาธรรมะทั่ว ๆ ไป ความคิดไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ การอยู่เป็นโสด ไม่เคยมีในหัว ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าดีอย่างไร ไม่สนใจ ไม่ใช่เป้าหมาย แน่นอนว่าความเชื่อก็ต้องเป็นด้านตรงกันข้าม คือเชื่อว่ามีคู่แล้วชีวิตมันจะเป็นสุขแน่นอน อย่างน้อยก็ได้สุขจากสารพัดเสพ

จริง ๆ ในการมีคู่มันก็ทุกข์อยู่ แต่สุขลวงมันก็บังไว้ ให้หลง ให้งง ให้แสวงหา ให้ยึดติดอยู่แบบนั้น ไม่ละ ไม่หน่าย ไม่คลาย นั่นเพราะยังไม่เห็นทุกข์ที่เป็นของแท้ของจริง แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วจะเป็นทุกข์แสนสาหัสอยู่ก็ตาม แต่ด้วยความมืดบอด ตามองเห็น แต่ปัญญาไม่มี จึงไม่เห็นความจริงตามความเป็นจริง อีกทั้งธรรมะโลก ๆ จนถึงกระทั่งกลุ่มที่ศึกษา ก็ไม่มีพลังในการส่งเสริมการเป็นโสด ไม่สอนให้เห็นโทษภัยของการมีคู่ แม้ธรรมะที่แสดงอยู่ในโลกตามที่ได้รู้ เมื่อศึกษาดูก็ไม่ได้รู้สึกถึงโทษภัยใด ๆ เลย

หลังพบแพทย์วิถีธรรม ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?
มาเข้าค่ายครั้งแรกเป็นค่ายสุขภาพ แต่เมื่อได้ยินอาจารย์หมอเขียว ยกธรรมะในหมวดของการอยู่เป็นโสดและคนคู่ โดยยกพระไตรปิฎกมาอ้างอิง ก็ได้รู้มากขึ้น ได้เข้าใจถึงน้ำหนักที่มากขึ้น ได้ความชัดเจนอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน

แต่ถึงกระนั้นความอยากมีคู่ก็ไม่ได้หายจางไปไหน ความรู้ยังคงเป็นเพียงแค่ความรู้ ไม่ใช่ความเข้าใจตามจริง ก็ยังมีจิตแสวงหาอยู่ สมัยนั้นก็นั่งหน้าเวที อาจารย์ก็แสดงธรรมเรื่องคู่ ใจก็คิดถามอาจารย์ว่า แล้วมีได้ไหม? แล้วมีได้ไหม? ว่าแล้วก็หาทางจนได้ มันมีช่องเล็ก ๆ ให้มุดเข้าไป เป็นช่องอนุโลมของเด็กน้อย เราก็คิดว่าเราไม่ไหวหรอกชาตินี้ ขอมีก่อนแล้วกันนะ เอาฐานนี้แหละ

ไป ๆ มา ๆ เจอของจริงเลย คือต้องเจอทุกข์จากความรักจริง ๆ ใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะเข้าใจ ว่าความทุกข์ที่แท้จริงคืออะไร ประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร อะไรคือการเกื้อกูล อะไรคือการเบียดเบียน อะไรคือความรักที่แท้จริง อะไรคือความลวงของกิเลส แต่กว่าจะผ่านมันมาได้ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนผ่านสงความมา แขนขาด ขาขาด จากการรบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในสองปี เล่นจริง รักจริง เจ็บจริง ทุกข์จริง เรียกว่าสาหัส แต่ก็ทำให้ได้เข้าใจทุกกระบวนการของกิเลสในเรื่องความรัก ตั้งแต่เกิดยันดับ จะเรียกว่าคุ้มค่าไหม? ก็ไม่หรอก เพราะถ้าเราไม่หลงไปแบบนั้นมันก็ดีกว่า เพราะอะไรที่ทำไปแล้วมันก็จะกลายเป็นวิบากกรรม มันก็ต้องรับ มันก็ต้องทนใช้

สุดท้ายก็พบว่าที่พระพุทธเจ้าตรัส ที่ครูบาอาจารย์สอน นี่แหละจริงที่สุด ผาสุกที่สุด ทางอื่นไม่สุขเลย ทุกข์ไม่จบไม่สิ้น ตอนนี้เราปฏิบัติจนได้ปัญญามาแล้ว เราก็ไม่ต้องไปโง่แสวงหาทุกข์มาใส่ตัวแล้ว มันก็สบายไป

ท่านมีการปฏิบัติต่อไปอย่างไร?
การปฏิบัติต่อจากนี้ ก็ตั้งใจว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นอย่างแท้จริง ให้ได้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือตนเองก็ยินดีในการอยู่เป็นโสด ยินดีในธรรมที่พาให้คนเป็นโสด และยังส่งเสริมผู้อื่นให้ยินดีและปฏิบัติตนในการอยู่เป็นโสด หรือถ้าอยู่เป็นคู่ ก็ให้มีศิลปะในการพราก ในการปฏิบัติเพื่อความละหน่ายจากคลายจากความยึดมั่นในความผูกพันธ์ ในบทละครที่หลงไปเล่น เพราะจริงๆ แล้ว สถานะคู่คือสถานะสมมุติที่คนปั้นกันขึ้นมาเอง จริง ๆ มันไม่มีอะไรหรอก คนเต็มคน จะไม่ต้องการแสวงหาคนอื่นมาเติม และยังสามารถเผื่อแผ่แบ่งปันโดยไม่ยึดมั่นถือมั่น หรือสำคัญมั่นหมายว่านี่เป็นเรา นี่เป็นของเรา นี่เป็นคนของเรา นี่คนรักเรา นี่ญาติเรา นี่เพื่อนสนิทเรา ฯลฯ มันจะเป็นอิสระจากสภาพยึดจะเสพสิ่งดีจากบุคคลหนึ่ง ๆ

และเพื่อการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น ก็จะพยายามรักษาระยะห่างกับเพศตรงข้ามที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิต ไม่ให้สนิทเกินไป ไม่ให้หวั่นไหวจนเกินเลย โดยใช้ปัญญาของเรานี่แหละ ในการตรวจจับอาการที่ดูเหมือนจะเป็นอกุศล ถ้ามีแนวโน้มว่าท่าจะไม่ดีก็ถอยออกมา หรือคบหาในระยะที่ไม่ใกล้จนเป็นอกุศลในใจเขา

โสดดีหรือมีคู่ : ผุสดี เจริญไวยเจตน์

ผุสดี เจริญไวยเจตน์

ผุสดี เจริญไวยเจตน์ ชื่อเล่น เฉง ชื่อทางธรรม มั่นมิ่งบุญ เพศ หญิง อายุ 44 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ 1 โสดแต่เคยมีแฟน รู้จักแพทย์วิถีธรรมมา 9 ปี ปฎิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมา 7 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
การอยู่เป็นโสด ทำให้เป็นอิสระจัดสรรเวลาที่ว่างเว้นจากภาระการงาน ไปทำในสิ่งที่ตนเองชอบสนใจได้ทั้งหมด
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
การเป็นโสด มีอิสระกว่ามีคู่ และมีความหวั่นไหวต่อการมีคู่น้อยลงไปอีก
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
กรณีถ้ามีเหตุการณ์ให้คิดว่าการมีคู่ดี หรือมีผู้อื่นแสดงออกถึงการสานสัมพันธ์เรื่องคู่ ตนเองจะคิดถึงอิสระที่หายไปจากการที่ต้องปรับจูนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ก็จะคงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน ความมั่นคงของตนเอง ทำให้สุดท้าย ความสัมพันธ์จะจบที่ความเป็นเพื่อน อย่างไรก็ตาม การวางตัวของเราก็จะไม่เอื้อมาก เพราะมีโอกาสทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด สร้างความเบียดเบียนทางใจกับผู้อื่นได้

โสดดีหรือมีคู่ : ภัคธร คุ้มกิตติพร

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณภัคธร คุ้มกิตติพร ( ชื่อเล่น ป้อม ชื่อทางธรรม สู่ร่มบุญ )