ทำอย่างไรจึงจะเป็นโสดได้ตลอดชีวิต

ต้องพิจารณา
ทำตนอย่างไรถึงจะ ครองตัวเป็นโสดได้ตลอดชีวิต

พ่อครูว่า…
พิจารณาให้ดีคุณเป็นผู้ชายต้องมองผู้หญิงให้เป็นถุงขี้ผูกโบว์ มันหลอก หาโบว์ริบบิ้นผูกห่อให้ดูดี แต่ข้างในคือขี้ทั้งนั้น มันเป็นภาระ

มีความรักหนึ่งมีความทุกข์หนึ่งมีความรักร้อยมีความทุกข์ร้อย เรื่องเพศเรื่องคู่ เป็นสัญชาตญาณของสัตว์โลก พระพุทธเจ้านั้นเป็นผู้ที่สอนสิ่งที่เหนือโลก แล้วต้องศึกษา

เลิกเลยในเรื่องของสัญชาตญาณสัตว์โลกเรื่องคู่แบบสัตว์เดรัจฉานก็มี เรื่องสืบพันธุ์เรื่องผสมพันธุ์ มันมีเป็นธรรมดาสามัญ

ธรรมะพระพุทธเจ้านั้นเหนือสามัญเหนือความรู้ทั่วไป ผู้ที่ทำได้ก็ต้องมาคิดให้ได้ ว่าเรายังจะไปมีคู่เมถุน คนคู่ มันก็ยังไม่เหนือโลก เป็นโลกุตระ เหนือสิ่งที่เป็นธรรมชาติของสัตว์โลก ต้องระลึกอย่างนี้ไว้เสมอ

เพราะฉะนั้นถ้าเราทำตนให้เรียนรู้กิเลส กิเลสมันเป็นตัวหลอก พระพุทธเจ้าตรัสรู้แล้ว เห็นจริงว่ากิเลสมันเป็นตัวหลอก เมื่อเราชัดเจนกับกิเลสแล้วไม่ให้กิเลสมันมีอำนาจเหนือเรา ชัดเจน

คุณปฏิบัติแล้วจะพูดได้อย่างที่อาตมาพูด คุณก็จะรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องจริงเลย กิเลสมันไม่มีจริงเลย เราสามารถฆ่ามันตายหายไปหมดจากจิตได้จริงเลย เชื่อไหม? ได้บ้างหรือยัง เรื่องเมถุนเรื่องคู่ได้(ถามส.ฟ้าไท)

อาตมาเชื่อว่าท่านยังไม่อยากอวดดี เพราะว่าเป็นฐานอนาคามี จะมีระริกระรี้ในใจบ้าง รูปราคะอรูปราคะ แต่ข้างนอก หิริโอตตัปปะ ที่จะไปแสดงออก แต่นี่เห็นมีแสดงออกกลางสภา พวกลักเพศ ไม่ใช่เรื่องอะไรเลยที่จะแสดง มันเสื่อมมาก ส.ส.ใส่เสื้อลายใส่หมวกด้วย แล้วเป็นพวกสีม่วงพวกกะเทย

อาตมาว่ามันช่างเสื่อมต่ำไม่รู้ฐานะอันควรมีคนเป็นเลย คุณจะไปทำตามประสาของคุณก็แล้วแต่ แต่คุณจะไปเอาเรื่องลามกไปใส่ในสิ่งที่ไม่ควรจะไปแปดเปื้อนมันไม่รู้กาละเทศะเลย แล้วคนอย่างนี้จะมาเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนของประชาชน ช่างกระไรคนที่ไปเลือกไปเป็น สส.ก็ช่างตามืดตาบอด เป็นปาตี้ลิสต์ จะไปเลือกใส่ทำไม

สู่แดนธรรมว่า..
เขาอาจทำให้ชาวต่างชาติเห็นว่าชาวไทยกีดกันสิทธิของเขาหรือไม่

พ่อครูว่า..
เรื่องนี้เป็นเรื่องเล็กน้อย ที่ที่จะมาแสดงเรื่องลามกกลางสภา มันไม่ควร ประเทศที่เขาดีๆไม่เลอะเทอะ เราก็เอาอย่างประเทศเหล่านี้ แค่นี้เลือกไม่ได้ก็โง่ซะ
มีคนด่า 90% ควรจะด่า 150% คนโง่ขนาดไหนก็ควรรู้แล้ว แต่ขนาดนี้ไม่รู้ก็คือสุดโง่อย่างไม่รู้จะโง่อย่างไร ไม่นับว่าเป็นคนโง่

สู่แดนธรรมว่า…ผู้ชายควรเปรียบเป็นอย่างไรดีครับ

พ่อครูว่า…
ผู้ชายเหมือนหนังควายหุ้มขี้
ข้างนอกก็เห็นหยาบแล้ว
จริงๆแล้วเรียนรู้ธรรมะพระพุทธเจ้าเถิด
การเป็นโสดนั้นพระพุทธเจ้าท่านยกย่องว่าเป็นผู้ที่ไม่เศร้าหมอง ไม่มีความทุกข์ยากอะไร เรียนดูให้ดีๆ

พ่อครูสมณะโพธิรักษ์
วันที่ 20 ธ.ค.2562

ที่มา เพจ บุญนิยมทีวี

ถ้าเจอคู่วิบาก (เนื้อคู่ , ฯลฯ) จะตัดความรักอย่างไร?

ตัดรักอย่างไร

ถาม หลวงปู่เคยมีความรักหรือเปล่าคะ

พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ : เคย… เคยมีความรัก เคยอกหักด้วยนะ เคยทำให้คนอื่นอกหักก็เคย ไม่ได้เรื่องหรอกนะ อาตมาก็ยังมีวิบาก เกิดมาชาตินี้ก็มีวิบาก

คนเรามีวิบาก มีคู่วิบากอะไรต่ออะไรเยอะแยะ เพราะฉะนั้นถ้ามันจะเจอคู่วิบาก มันจะเกิดความรักความอะไรก็ต้องหัดหยุดหัดเลิกไม่ใช่ไปวิ่งเข้าหามัน มันเป็นทุกข์

พระพุทธเจ้าท่านสอนเรื่องพวกนี้ลึกซึ้ง เราก็ต้องเรียนรู้ ถ้าเผื่อว่า เชื่อพระพุทธเจ้าแล้วก็พยายามพากเพียรหัดหยุดหัดเลิก มันจะไม่เกิดทุกข์ในตัวเองในชีวิต

ไม่สร้างเวร สร้างกรรม มันไม่ใช่เรื่องจบง่ายๆ มันข้ามชาติ เพราะงั้นเราพยายามหยุดพยายามเลิกๆ ไปแต่ละชาติๆ มันก็จะหมดไปเรื่อยๆ แล้วมันก็จะไม่ต้องไปทุกข์ในเรื่องนี้เลย

ถาม แล้วหลวงปู่ทำยังไงถึงไม่รักคะ

พ่อท่านสมณะโพธิรักษ์ : ก็เรียนรู้ความจริง พยายามเห็นว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่ดี เรียกว่า อสุภะ อสุภะแปลว่าไม่ดี มันเป็นเรื่องไม่ดี มันไปเกิดอาการอย่างงี้มันเป็นเรื่องไม่ดี

เรื่องกามเป็นเรื่องพาทุกข์ เป็นเรื่องที่เป็นภาระเป็นเรื่องหนัก ต้องพยายามเรียนรู้กล้วลดๆๆๆ แล้วเลิก เรียนรู้จิต

ที่จริงปฏิบัติธรรมของพระพุทธเจ้าเนี่ย
จะตัดสิ่งเหล่านี้ลงไปได้จริง ลดลงไปได้จริง
ถ้าไม่เรียนรู้จริงๆ อย่างของพระพุทธเจ้าเนี่ย
จะตัดสิ่งเหล่านี้ลงไปได้จริง ลดลงไปได้จริง

ถ้าไม่เรียนรู้จริงๆ อย่างของพระพุทธเจ้าพาทำ เขาจะลดได้บ้าง กดข่มจิตแล้วก็พยายามเว้น เขาก็ระงับการสร้างใหม่

แต่วิบากเก่า คู่วิบากเก่าไม่ได้หยุดนะ ไม่มีเพิ่มเท่านั้นเอง ไม่สร้างวิบากใหม่เท่านั้นเอง แต่ของพระพุทธเจ้านั้นลดกิเลส มันก็ลดลงไปด้วย คู่วิบากใหม่ก็ไม่มีแล้วก็ลดกิเลสลงไปด้วย

พ่อครูสมณะโพธิรักษ์

ที่มา : เพจ บุญนิยมทีวี (22 ธ.ค. 2562)

วิธีปล่อยวางความรัก

งานเก็บข้อมูลโครงการ “โสดดีหรือมีคู่” ที่พัฒนาการเจาะลึกในเนื้อหาจนมาเป็นรายการ “วิธีปล่อยวางความรัก” ที่มีมิติของคำถามและการโต้ตอบที่มุ่งเป้า ตรงประเด็นไปที่กระบวนการพัฒนาจิตใจจากความหลงสู่การปล่อยวางความรัก ซึ่งเป็นเหตุแห่งความทุกข์ ด้วยความรู้จากพุทธศาสนา ในแนวทางปฏิบัติของแพทย์วิถีธรรม

การต่อยอดครั้งนี้เป็นแนวคิดที่เกิดขึ้นภายในค่ายพระไตรปิฎกครั้งที่ 27 สวนป่านาบุญ 1 อ.ดอนตาล จ.มุกดาหาร ตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม -3 พฤศจิกายน 2562 โดยมีการประชุมกันในคณะทำงานเพื่อที่จะพัฒนาการเจาะลึกเนื้อหาให้ชัดเจนในรายละเอียดของการปฏิบัติมากขึ้น

ในงานทดลองเพื่อเริ่มต้นชุดผลงานชุดนี้ ก็มีจิตอาสามาเสียสละบำเพ็ญด้วยกัน 3 ท่าน คือคุณ อิทธิชัย จันทชาติ, ทิวากร ชุมจีด, ภัคธร คุ้มกิตติพร เป็นการทดลองอัดรายการ ซึ่งเป็นรายการใหม่ ใหม่ทั้งรายการ ใหม่ทั้งพิธีกร จะเก่าก็แต่เพียงผู้ถูกสัมภาษณ์ที่จะมาให้รายละเอียดเจาะลึกในเนื้อหามากขึ้น และผลงาน 3 ชิ้นนี้ก็เป็นงานตัวอย่างที่จะใช้สำหรับนำร่องและปรับปรุงเพื่อพัฒนาในส่วนงานทั้งเนื้อหาและงานถ่ายทำต่อไป ท่านใดที่มีข้อแนะนำ ซักถาม ติชม สามารถพิมพ์ให้ข้อมูลไว้ในส่วน comment ด้านล่างได้เลยครับ

ความรัก 10 มิติ ตอน เหตุที่คนอยากไปแต่งงาน 2 อย่าง : สมณะโพธิรักษ์

สื่อธรรมะพ่อครู(ความรัก 10 มิติ) ตอน เหตุที่คนอยากไปแต่งงาน 2 อย่าง

ถาม  : ถ้าเราจะตั้งจิตเป็นโสดตลอดไปเราจะตั้งจิตของเราอย่างไร
พ่อครูว่า..จะไปยากอะไร? ก็อย่าไปแต่งงาน อย่าไปเผลอไปรักผู้ชายอย่าไปเผลอไปรักผู้หญิงเท่านั้นแหละ กระเทยไม่พูดก็ 2 อย่างเท่านั้น

ถาม  :  จะตั้งจิตอย่างไรให้เป็นถึงชาติต่อๆไป
พ่อครูว่า..คุณทำในชาตินี้ให้ได้ตลอดก็ล้างกิเลสอยากแต่งงาน
1.กิเลสราคะทำให้ไปแต่งงาน
2.หลงไปกับโลกที่เขาหลอกว่าต้องแต่งงาน เดี๋ยวแก่ไม่มีใครดูแล นี่พูดให้โก้ๆกลบเรื่องกาม ที่แฝงอยู่ แล้วก็อ้างแต่งงานเป็นเพื่อนกัน สร้างสังคม อ้างไปสารพัดแต่มันแฝงกามลึกๆ
คนไม่ต้องเป็นคู่ไม่ต้องไปแต่งงาน เป็นเพื่อนกันโดยไมต้องเป็นคู่แต่งงานต้องเสพกาม เป็นเพื่อนกันผู้ชายผู้หญิงเป็นเพื่อนทำงานกันโดยไม่ต้องมีอาการกามได้หรือไม่? …
คุณไม่ต้องเสพกามเลย เป็นเพื่อนผู้ชายผู้หญิงไป มีเยอะไป

พูดอันนี้ให้ฟัง อาตมามีชีวิตมา คนเข้าใจว่าอาตมาคบเพื่อนผู้หญิง แล้วคนแวดล้อมคนทั้งตัวผู้หญิงเองไปคิดว่าอาตมาไปจีบเขา ทั้งที่อาตมาไม่ได้ไปรักเขา แต่คนเข้าใจไม่ได้ ตอนนั้นอาตมาก็ไม่เข้าใจ เพื่อนผู้หญิงนึกว่าอาตมารักเชิงกาม แต่ก่อนอาตมาไม่เข้าใจ แต่เดี๋ยวนี้รู้ว่าใจเราไม่ได้ไปรักทางเพศกับเพื่อนผู้หญิง คุยกันสนิทสนม ไปมาหาสู่จนคนเข้าใจว่าไปจีบ แต่ที่จริงไม่ใช่เลยไม่มีจิตทางกาม

การตั้งจิตเป็นโสดดี พระพุทธเจ้าบอกไว้ว่า ผู้ตั้งตนเป็นความโสดเขาเรียกกันว่าเป็นบัณฑิต ผู้ฝักใฝ่ในเมถุนย่อมเศร้าหมอง ศึกษาให้ดีอย่างมีปัญญา ถ้ามีปัญญาแล้วจะเข้าใจ มีพลังไม่ไปหลงอย่างนั้น

สรุปโครงงานเก็บข้อมูลวิจัย โสดดีหรือมีคู่

อ่านข้อมูลฉบับเต็มได้ที่หน้า โสดดีหรือมีคู่ : แพทย์วิถีธรรม

ที่มาและความสำคัญ

เนื้อหา : โสดดีหรือมีคู่

เครือข่ายแพทย์วิถีธรรมได้นำองค์ความรู้จากพระไตรปิฎกเพื่อบำบัดทุกข์จากปัญหาสุขภาพที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ในโลกนี้ยังมีความทุกข์อีกมากมายที่สามารถทำให้ทุกข์ทรมานและทำลายชีวิตได้พอ ๆ กับทุกข์จากความเจ็บป่วยโรคภัยต่าง ๆ หนึ่งในนั้นคือความทุกข์จากเรื่องคู่ครอง หรือกระทั่งความทุกข์จากการอยู่เป็นโสด

อาจารย์หมอเขียว ดร.ใจเพชร กล้าจน เป็นผู้หนึ่งที่ได้นำธรรมะในหมวดคนคู่จากพระไตรปิฎกมาแจกแจงให้เข้าใจได้ง่าย รู้ตามได้ง่าย เข้าถึงได้ง่าย จนมีผู้คนมากมายที่เปลี่ยนแปลงความคิดในเรื่องคู่ จากที่เคยเห็นผิด มาเป็นความเห็นตามทำนองครองธรรมตามหลักพระไตรปิฎก ซึ่งเป็นมรดกจากคำสอนที่พระพุทธเจ้าได้ฝากไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ทีมงานจิตอาสาจึงเห็นความสำคัญของธรรมะในหมวดนี้และเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าถ้าได้เก็บรวบรวมข้อมูลทั้งภาคทฤษฎีที่อาจารย์หมอเขียวได้พร่ำสอนและประสบการณ์จริงจากผู้ที่ได้ปฏิบัติ มาจัดหมวดหมู่รวมกันและเผยแพร่ จะทำให้เกิดประโยชน์กับผู้คนมากยิ่งขึ้น ดังนั้น “โสดดีหรือมีคู่” จึงเป็นโครงการนำร่องในการเก็บรวบรวมข้อมูลเนื้อหาเฉพาะทางให้เป็นหมวดหมู่และเผยแพร่ออกไป

กระบวนการเผยแพร่ : เว็บไซต์

ปัจจุบันมีการใช้อินเตอร์เน็ตกันอย่างแพร่หลาย รูปแบบของการใช้ปรับเปลี่ยนจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาเป็นสมาร์ทโฟน แต่การค้นหาข้อมูลก็ยังเป็นไปในรูปแบบเดิม คือใช้ search engine เช่น google ในการค้นหา

ถึงแม้จะมี เครื่องมือในการค้นหาที่ดี แต่ข้อมูลก็ยังกระจัดกระจายไม่เป็นหมวดหมู่ ไม่ถูกรวบรวมไว้ นั่นหมายถึงผู้สนใจ ที่ทำการค้นหาจะได้รับเนื้อหาตามที่ search engine นั้น ๆ ได้บันทึกข้อมูลไว้ (index) ในโครงการเก็บข้อมูลวิจัยครั้งนี้ จึงจะนำข้อมูลมารวบรวมเพื่อเผยแพร่ เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้เข้าถึงข้อมูลที่เจาะจงมากขึ้น โดยใช้การรวบรวมและเผยแพร่ทางเว็บไซต์ โสดดีหรือมีคู่ : แพทย์วิถีธรรม (url : https://page.morkeaw.net/singleorcouple/)

วัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูลโสดดีหรือมีคู่

  • ทำการจัดเก็บรวบรวมให้เป็นหมวดหมู่ ง่ายต่อการค้นหา มีประสิทธิภาพในการเผยแพร่
  • นำความรู้ของครูบาอาจารย์มารวบรวมเพื่อนำเสนอ พร้อมทั้งผลการสอน คือประสบการณ์การปฏิบัติตามของลูกศิษย์และผู้ที่ศรัทธาในแนวทางแพทย์วิถีธรรม

สมมุติฐานงานเก็บข้อมูลโสดดีหรือมีคู่

  • หลักฐานและความรู้จากพระไตรปิฎกสามารถนำมาศึกษาเพื่อลดทุกข์ได้ ลดความอยากมีคู่ได้
  • การเผยแพร่ธรรมะตามคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าโดยอาจารย์หมอเขียว ลดความอยากมีคู่ได้
  • การปฏิบัติตามคำสอนของครูบาอาจารย์อย่างเคร่งครัด ทำให้หลุดพ้นจากความอยากมีคู่ได้
  • มิตรดี สหายดี สังคมสิ่งแวดล้อมดี คือองค์ประกอบที่ส่งเสริมในการชำระล้างความอยากมีคู่

กลุ่มเป้าหมาย

  • ผู้ที่ได้เคยฟังอาจารย์หมอเขียวบรรยายธรรมะ ในหมวด คนโสด คนคู่ ครอบครัว หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

  • สามารถเผยแพร่องค์ความรู้ ธรรมะหมวด คนโสด คนคู่ ได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ครอบคลุมมากขึ้น
  • สามารถศึกษาข้อมูลได้จากจุดเดียว ข้อมูลไม่กระจัดกระจาย ศึกษาที่เดียวได้ทั้งมุมปริยัติและปฏิบัติ
  • ผู้ที่ให้ข้อมูลได้ทบทวนธรรม และได้เผยแพร่ความจริงสู่สาธารณะ
  • สังคมได้ประโยชน์จากการศึกษาธรรมะที่พาพ้นทุกข์ได้จริง หลุดพ้นจากความอยาก ความหลง ความยึดในการมีคู่ได้จริง

ประวัติการดำเนินงานของโครงการ

  • 11-19 มิ.ย. 2562 เริ่มโครงงานวิจัย ในค่ายพระไตรปิฎกครั้งที่ 25 ณ สวนป่านาบุญ 9 เริ่มจากการประชุมในส่วนงานวิชาการ และมีการนำเสนอรูปแบบของการจัดเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์และเผยแพร่ในลักษณะ landing page คือมีหน้าเดียว แต่จะมีเนื้อหาในหมวดหมู่นั้น ๆ รวมทั้งไว้ทั้งหมด ในค่ายนี้ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลทั้งในรูปแบบเอกสารและถ่ายวีดีโอสัมภาษณ์ ประสบการณ์และความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่อง “โสดดีหรือมีคู่” โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่เคยฟังอาจารย์หมอเขียวบรรยายในเรื่องเกี่ยวกับ “โสดดีหรือมีคู่” โดยเก็บข้อมูลเอกสารได้ประมาณ 50 คน และงานสัมภาษณ์ อีกประมาณ 40 คน ต่อมาได้พัฒนาการเก็บข้อมูลผ่าน google form เพิ่มเติมขึ้นมา เพื่อความสะดวก และลดขั้นตอนในการดำเนินงาน
  • 27 มิ.ย.2562 เริ่มพัฒนาและเผยแพร่หน้าเว็บไซต์  โสดดีหรือมีคู่
  • 19-24 ก.ค 2562 ในค่ายพระไตรปิฎกครั้งที่ 26 ศาลีอโศก ได้ดำเนินการเก็บข้อมูลจากการสัมภาษณ์ เพิ่มติมอีกประมาณ 20 ตัวอย่าง
  • 26 ต.ค.- 3 พ.ย. 2562 ในค่ายพระไตรปิฏกครั้งที่ 27 สวนป่านาบุญ 1 มีการสัมภาษณ์เพิ่มเติมบางส่วน และสร้างรายการขึ้นมาใหม่ ในแนวคิด “วิธีปล่อยวางความรัก” ซึ่งเป็นงานทดลอง เพื่อศึกษา แนวคิดของจิตอาสาและผู้ที่ศรัทธาในแนวทางแพทย์วิถีธรรม ในเรื่องโสดดีหรือมีคู่ ให้ละเอียดลึกซึ้งยิ่งขึ้น
  • 14 พ.ย. 2562 ผลงานชิ้นแรกของวิธีปล่อยวางความรักได้เริ่มเผยแพร่ และจนถึงตอนนี้ผลงานในส่วนแรกได้เผยแพร่งานสัมภาษณ์ไป 62 ตัวอย่าง พร้อมกับข้อมูลประกอบอื่น ๆ เช่น การบรรยายเกี่ยวกับเรื่องคนโสดคนคู่ โดยอาจารย์หมอเขียว และครูบาอาจารย์ท่านอื่น ที่มีคำสอนไปในทิศทางเดียวกัน

ผู้เข้าร่วมให้ข้อมูลโครงการวิจัย โสดดีหรือมีคู่

มีงานสัมภาษณ์

  1. n/a

กรอกแบบสอบถาม

  1. n/a

โสดดีหรือมีคู่ : สันทนา ประวงศ์

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณสันทนา ประวงศ์ ( ชื่อเล่น โอ, ชื่อทางธรรม ริมสวนฝัน, อายุ 43 ปี, ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ )

โสดดีหรือมีคู่ : คำเพียงเพชร

งานเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับความคิดเห็นที่เปลี่ยนไปจากการศึกษาองค์ความรู้ของแพทย์วิถีธรรม ในหัวข้อการอยู่เป็นโสดและการมีคู่ ของคุณคำเพียงเพชร ( ชื่อเล่น ปิ่น, อายุ 38 ปี, สมรส )

โสดดีหรือมีคู่ : แสงอรุณ สังคมศิลป์

แสงอรุณ สังคมศิลป์

นางสาวแสงอรุณ สังคมศิลป์ ชื่อเล่น ต้นหลิว เพศ หญิง อายุ 37 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ1 คู่ (แต่งงาน) ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้ว 5 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร
แต่งงานคือการหาคนดี ๆ มาอยู่ด้วยกัน มาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ดูแลกันยามเจ็บป่วย แก่เฒ่า
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
การแต่งงานแท้ที่จริง เราไม่ได้รักเขา เรารักตัวเอง อยากให้เขาทำให้ได้ดั่งใจเรา พอเขาทำไม่ได้ดั่งใจเราก็เป็นทุกข์
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
แต่งงานก่อนมาพบแพทย์วิถีธรรม เมื่อได้ฟังธรรมะจากอาจารย์ ก็ยินดีประพฤติพรหมจรรย์กับพ่อบ้าน อยู่กันแบบเพื่อน ไม่ได้คาดหวังว่าเขาจะต้องมาทำอย่างเรา แม้เราจะทำสิ่งดี เขาจะทำหรือไม่ก็ได้ เขาทำดีก็เป็นกุศลของเขา เขาทำไม่ดีก็อกุศลของเขา หน้าที่เราตอนนี้คือพากเพียรลดละเลิกกิเลสให้ได้ วันหนึ่งหากเราทำได้จริง ก็จะเป็นพลังแม่เหล็กดึงเขามาทำสิ่งดีแบบโลกุตระ ไม่ชาตินี้ก็ชาติหน้าหรือชาติอื่น ๆ สืบไป

โสดดีหรือมีคู่ : ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์

ดิณห์ ไอราวัณวัฒน์ ชื่อเล่น: ดิน เพศ:ชาย อายุ:36 ปี สถานภาพ:โสด (เคยมีแฟน)
รู้จักและปฏิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมาแล้วเป็นระยะเวลา:6 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรม ท่านมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
ตั้งแต่เด็กจนโตขึ้นมา ก็ศึกษาธรรมะทั่ว ๆ ไป ความคิดไม่เคยเปลี่ยนไปเลย คือ การอยู่เป็นโสด ไม่เคยมีในหัว ไม่รู้จัก ไม่รู้ว่าดีอย่างไร ไม่สนใจ ไม่ใช่เป้าหมาย แน่นอนว่าความเชื่อก็ต้องเป็นด้านตรงกันข้าม คือเชื่อว่ามีคู่แล้วชีวิตมันจะเป็นสุขแน่นอน อย่างน้อยก็ได้สุขจากสารพัดเสพ

จริง ๆ ในการมีคู่มันก็ทุกข์อยู่ แต่สุขลวงมันก็บังไว้ ให้หลง ให้งง ให้แสวงหา ให้ยึดติดอยู่แบบนั้น ไม่ละ ไม่หน่าย ไม่คลาย นั่นเพราะยังไม่เห็นทุกข์ที่เป็นของแท้ของจริง แม้ว่าในความเป็นจริงแล้วจะเป็นทุกข์แสนสาหัสอยู่ก็ตาม แต่ด้วยความมืดบอด ตามองเห็น แต่ปัญญาไม่มี จึงไม่เห็นความจริงตามความเป็นจริง อีกทั้งธรรมะโลก ๆ จนถึงกระทั่งกลุ่มที่ศึกษา ก็ไม่มีพลังในการส่งเสริมการเป็นโสด ไม่สอนให้เห็นโทษภัยของการมีคู่ แม้ธรรมะที่แสดงอยู่ในโลกตามที่ได้รู้ เมื่อศึกษาดูก็ไม่ได้รู้สึกถึงโทษภัยใด ๆ เลย

หลังพบแพทย์วิถีธรรม ท่านมีความคิดเห็นอย่างไร?
มาเข้าค่ายครั้งแรกเป็นค่ายสุขภาพ แต่เมื่อได้ยินอาจารย์หมอเขียว ยกธรรมะในหมวดของการอยู่เป็นโสดและคนคู่ โดยยกพระไตรปิฎกมาอ้างอิง ก็ได้รู้มากขึ้น ได้เข้าใจถึงน้ำหนักที่มากขึ้น ได้ความชัดเจนอย่างที่ไม่เคยรู้มาก่อน

แต่ถึงกระนั้นความอยากมีคู่ก็ไม่ได้หายจางไปไหน ความรู้ยังคงเป็นเพียงแค่ความรู้ ไม่ใช่ความเข้าใจตามจริง ก็ยังมีจิตแสวงหาอยู่ สมัยนั้นก็นั่งหน้าเวที อาจารย์ก็แสดงธรรมเรื่องคู่ ใจก็คิดถามอาจารย์ว่า แล้วมีได้ไหม? แล้วมีได้ไหม? ว่าแล้วก็หาทางจนได้ มันมีช่องเล็ก ๆ ให้มุดเข้าไป เป็นช่องอนุโลมของเด็กน้อย เราก็คิดว่าเราไม่ไหวหรอกชาตินี้ ขอมีก่อนแล้วกันนะ เอาฐานนี้แหละ

ไป ๆ มา ๆ เจอของจริงเลย คือต้องเจอทุกข์จากความรักจริง ๆ ใช้เวลาเกือบ 2 ปีกว่าจะเข้าใจ ว่าความทุกข์ที่แท้จริงคืออะไร ประโยชน์ที่แท้จริงคืออะไร อะไรคือการเกื้อกูล อะไรคือการเบียดเบียน อะไรคือความรักที่แท้จริง อะไรคือความลวงของกิเลส แต่กว่าจะผ่านมันมาได้ก็ไม่ได้ง่ายเหมือนปอกกล้วยเข้าปาก ถ้าจะเปรียบเทียบก็เหมือนผ่านสงความมา แขนขาด ขาขาด จากการรบไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งในสองปี เล่นจริง รักจริง เจ็บจริง ทุกข์จริง เรียกว่าสาหัส แต่ก็ทำให้ได้เข้าใจทุกกระบวนการของกิเลสในเรื่องความรัก ตั้งแต่เกิดยันดับ จะเรียกว่าคุ้มค่าไหม? ก็ไม่หรอก เพราะถ้าเราไม่หลงไปแบบนั้นมันก็ดีกว่า เพราะอะไรที่ทำไปแล้วมันก็จะกลายเป็นวิบากกรรม มันก็ต้องรับ มันก็ต้องทนใช้

สุดท้ายก็พบว่าที่พระพุทธเจ้าตรัส ที่ครูบาอาจารย์สอน นี่แหละจริงที่สุด ผาสุกที่สุด ทางอื่นไม่สุขเลย ทุกข์ไม่จบไม่สิ้น ตอนนี้เราปฏิบัติจนได้ปัญญามาแล้ว เราก็ไม่ต้องไปโง่แสวงหาทุกข์มาใส่ตัวแล้ว มันก็สบายไป

ท่านมีการปฏิบัติต่อไปอย่างไร?
การปฏิบัติต่อจากนี้ ก็ตั้งใจว่าจะเป็นไปเพื่อประโยชน์ตน ประโยชน์ผู้อื่นอย่างแท้จริง ให้ได้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป คือตนเองก็ยินดีในการอยู่เป็นโสด ยินดีในธรรมที่พาให้คนเป็นโสด และยังส่งเสริมผู้อื่นให้ยินดีและปฏิบัติตนในการอยู่เป็นโสด หรือถ้าอยู่เป็นคู่ ก็ให้มีศิลปะในการพราก ในการปฏิบัติเพื่อความละหน่ายจากคลายจากความยึดมั่นในความผูกพันธ์ ในบทละครที่หลงไปเล่น เพราะจริงๆ แล้ว สถานะคู่คือสถานะสมมุติที่คนปั้นกันขึ้นมาเอง จริง ๆ มันไม่มีอะไรหรอก คนเต็มคน จะไม่ต้องการแสวงหาคนอื่นมาเติม และยังสามารถเผื่อแผ่แบ่งปันโดยไม่ยึดมั่นถือมั่น หรือสำคัญมั่นหมายว่านี่เป็นเรา นี่เป็นของเรา นี่เป็นคนของเรา นี่คนรักเรา นี่ญาติเรา นี่เพื่อนสนิทเรา ฯลฯ มันจะเป็นอิสระจากสภาพยึดจะเสพสิ่งดีจากบุคคลหนึ่ง ๆ

และเพื่อการเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับผู้อื่น ก็จะพยายามรักษาระยะห่างกับเพศตรงข้ามที่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิต ไม่ให้สนิทเกินไป ไม่ให้หวั่นไหวจนเกินเลย โดยใช้ปัญญาของเรานี่แหละ ในการตรวจจับอาการที่ดูเหมือนจะเป็นอกุศล ถ้ามีแนวโน้มว่าท่าจะไม่ดีก็ถอยออกมา หรือคบหาในระยะที่ไม่ใกล้จนเป็นอกุศลในใจเขา

โสดดีหรือมีคู่ : ผุสดี เจริญไวยเจตน์

ผุสดี เจริญไวยเจตน์

ผุสดี เจริญไวยเจตน์ ชื่อเล่น เฉง ชื่อทางธรรม มั่นมิ่งบุญ เพศ หญิง อายุ 44 ปี สังกัดที่บำเพ็ญ สวนป่านาบุญ 1 โสดแต่เคยมีแฟน รู้จักแพทย์วิถีธรรมมา 9 ปี ปฎิบัติตามหลักแพทย์วิถีธรรมมา 7 ปี

ก่อนพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการอยู่เป็นโสดหรือมีคู่อย่างไร?
การอยู่เป็นโสด ทำให้เป็นอิสระจัดสรรเวลาที่ว่างเว้นจากภาระการงาน ไปทำในสิ่งที่ตนเองชอบสนใจได้ทั้งหมด
หลังพบแพทย์วิถีธรรมมีความคิดเห็นอย่างไร?
การเป็นโสด มีอิสระกว่ามีคู่ และมีความหวั่นไหวต่อการมีคู่น้อยลงไปอีก
มีแนวทางการปฎิบัติต่อไปอย่างไร?
กรณีถ้ามีเหตุการณ์ให้คิดว่าการมีคู่ดี หรือมีผู้อื่นแสดงออกถึงการสานสัมพันธ์เรื่องคู่ ตนเองจะคิดถึงอิสระที่หายไปจากการที่ต้องปรับจูนเพื่อรักษาความสัมพันธ์ ก็จะคงความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อน ความมั่นคงของตนเอง ทำให้สุดท้าย ความสัมพันธ์จะจบที่ความเป็นเพื่อน อย่างไรก็ตาม การวางตัวของเราก็จะไม่เอื้อมาก เพราะมีโอกาสทำให้อีกฝ่ายเข้าใจผิด สร้างความเบียดเบียนทางใจกับผู้อื่นได้